วิธีสู่ความสำเร็จในชีวิต

การทำงานต่างคนต่างความคิด ต่างจิตใจ ไม่มีอะไรเหมือนกัน จะเหมือนก็ตรงที่เราต่างคนก็ต้องทำงาน การทำงานที่ดีเราต้องมีหลักการในการบริหารบุคลากร กว่าแต่ละคนจะเติบโตเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ต่างก็ผ่านเหตุการณ์อันเป็นปัญหามากบ้างน้อยบ้างแทบทั้งสิ้น ถึงอย่างไรเขาเหล่านั้นที่สามารถฝ่ามรสุมมาได้เพราะการยึดหลัก “ ความสำเร็จ ” เป็นแนวทางในการทำงาน เพื่อไต่เต้าสู่ความเป็นสุดยอดคน จนใครๆ ต่างก็กล่าวยอมรับว่านี่แหละคือคนที่ประสบความสำเร็จ

อย่ารอความช่วยเหลือในเมื่อเราทำเองได้

เป็นเรื่องไร้สาระที่เราจะอยู่เฉยๆ แล้วรอให้อะไรต่อมิอะไรเดินเข้ามาสู่ชีวิตโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย คนที่คิดแบบนี้เป็นความคิดที่โง่ๆ แล้วเมื่อไรความสำเร็จจะเข้ามาสู่ชีวิต ดูอย่างคนที่ฉลาดเขามีพลังที่จะทำอะไรมากมายหลายอย่างก็เพราะความคิดที่เขาบอกว่า การทำอะไรอย่างรอความช่วยเหลือจากคนอื่นในเมื่อเรากระทำได้ นี่แหละที่เป็นความคิดของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ครอบครอบ ล้วนแต่มีความสุขกับพลังของตนเอง

ในการทำงานก็เช่นเดียวกันเราต้องมีทัศนคติที่ดี และจงรับผิดชอบในสิ่งที่เขามอบให้และทำด้วยความตั้งใจ อย่าลืมว่าในไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากเราจะช่วยตัวเราเอง เมื่อไหร่ที่ไม่ไหวค่อยขอความช่วยเหลือ หรือขอความรู้เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง และหลักที่บุคคลต่างๆ ประสบความสำเร็จ ก็มาจากการทำงานโดยใช้ความคิด พิจรารณาไตร่ตรองมุ่งมั่น พยายาม ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งที่ประสบพบมา เพื่อเป็นใบเบิกทางก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

สร้างเป้าหมายในชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จเช่นกัน ที่จะต้องคิด ทบทวนในสิ่งที่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ฉะนั้นไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ก็ควรตระหนักถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ และก็ใช้ความรู้ความถนัดรวมทั้งสติปัญญาที่มีอยู่นำมาใช้เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ต้องการในชีวิต

การเรียนรู้เป็นสิ่งทีสำคัญต่อการทำงาน ไม่มีใครทีทำงานได้เลย โดยไม่ผ่านการเรียนรู้ และไม่มีใครที่ไม่เคยทำงานผิดพลาดร้อยทั้งร้อยย่อมมีตัวเราอยู่ด้วยเช่นกัน และเมื่อคิดจะทำก็ต้องนำเอาพลังที่มีอยู่ในตัวมาใช้ให้มากเท่าที่จะมากได้ แต่อย่าลืมว่าเราต้องช่วยเหลือตัวเอง อย่าให้คนอื่นเขามาช่วยเรา และหากเราทำได้ก็จะนำความภูมิใจมาสู่ตัวเรา

การตั้งเป้าหมาย

การตั้งเป้าหมายในการทำงานเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรกระทำเพื่อพัฒนาตนและเปลี่ยนแปลงเป้าหมายชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น รวมทั้งการสร้างสรรค์สิ่งที่ดียามที่เราสดชื่น เบิกบาน หรือให้รางวัลแก่ตนเอง

การกระทำอะไรก็ตามแต่ เราต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่เรากระทำให้ได้ และลงมือทำทันที แม้งานชิ้นนั้นจะไม่ใหญ่โต แต่หากเราทำสำเร็จก็เท่ากับว่าเราสามารถกระทำได้เพราะมีเป้าหมายในความรับผิดชอบงานนั้นจึงได้สำเร็จได้ด้วยดี

หลายๆคนที่เขาประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น หน้าที่การงาน สถานะทางครอบครัว เพราะขามีเป้าหมายในการกระทำ เราก็เช่นเดียวกันเราต้องตั้งเป้าหมายในชัดเจนว่าจะทำอะไร เสร็จเมื่อไร แล้วงานดีไหม นี่คือสิ่งที่ควรทำเพื่อให้เป็นนิสัย และวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดนิสัยที่ไม่ดีก็คือ การแทนที่

การแทนที่ก็คือการให้รางวัลแก่ตัวเอง สำหรับความสำเร็จที่เราได้กระทำ โดยการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไม่ดีออกและรับสิ่งที่ดีๆ เข้ามาพัฒนาตัวเราเพื่อควาสำเร็จในชีวิต

ต่อไปนี้ คือแบบทดสอบตัวเราเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นกลยุทธ์ที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย

ข้าพเจ้าต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรมากที่สุดกับชีวิต

การเปลี่ยนแปลงชีวิตมีขั้นตอนที่ยุงยากแค่ไหน

ข้าพเจ้าจะเปลี่ยนแปบงชีวิตเมื่อไร

เป้าหมายหลังการเปลี่ยนแปลงตัวเองจะทำอย่างไร

ข้าพเจ้าตั้งเป้าหมายอะไรมากที่สุดในชีวิต

หากเปลี่ยนแปลงชีวิตได้แล้วให้อะไรเป็นรางวัลกับตัวเอง

ทุกคนต้องมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และการทำงานหากเราไม่ตั้งใจมุ่งหวังและเต็มที่กับสิ่งที่ทำอยู่ก็จะไม่ประสบความความสำเร็จ ขอให้คิดว่า “ อย่าผัดวันประกันพรุ่งในสิ่งที่กระทำได้ในวันนี้ ” แล้วความสำเร็จก็จะตามมา………

รู้จักใช้ประโยชน์ในสิ่งที่ตนมี

การสร้างความสัมพันธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยุคสมัย สถานะทางการเงินหรือหน้าที่การงาน และพลังการสร้างความสัมพันธ์อยู่เพ่อใครก็ได้ถึงแม้จะใช้ทรัพยากรภายในของเรา แล้วทำงานอย่างฉลาดด้วยทรัพยากรภายนอกของเตนเองก็ตามที

การสร้างความสัมพันธ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทำงานโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว แม้แต่การพูดคุยทางโทรศัพท์หรือพูดคุยกับผู้ช่วยงานล้วนแต่สร้างความสัมพันธ์ และนี่คือประโยชน์ที่อยู่ในตัวเรา แต่เราไม่รู้ในสิ่งที่ตนมี

การทำงานเราต้องทุ่มเทพลังทุกส่วนที่เรามีอยู่ในตัวและต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในทางการที่ผิดๆ อย่างที่ว่าความผูกพันกับสถานที่คือ แนวโน้มที่จะยึดติดกับสถานภาพเดิม การหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงเป็นนิสัยของคนทั่วๆ ไป โชคไม่ดีหากเป็นนี่เป็นนิสัยที่สร้างความพ่ายแพ้ให้แก่ตนเองและทำลายตนเอง แต่ความเป็นจริง ชิวิตคือการเปลี่ยนแปลง เพราะคนเราจะประสบความสำเร็จทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นเราควรระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงและหัวใจหลักก็คือ ความกลัว ซึ่งกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ หากเราต้องการหลุดจากความกลัว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เผชิญกับความจริงที่ว่า สถานการณ์รอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่ใส่ใจว่าท่านต้องการให้มันเกิดขึ้นหรือไม่ สิ่งที่เราไม่รู้ก็คือ อย่างไรและเมื่อไร ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดว่าความต้องการเปลี่ยนแปลงหรือความต้องการสนองความเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นตัวกำหนด การควบคุมของชีวิต หากความเปลี่ยนแปลงเป็นเสมือนแก่นแท้ของชีวิต เป็นความตื่นเต้น เป็นส่วนที่สมบูรณ์ของประสบการณ์ชีวิต ท่านก็สามารถ ขจัดความกลัวออกไปได้จากจิตใต้สำนึกของตัวเองได้

ทุกๆ คนล้วนแต่พบพานแทบทุกปัญหาอยู่ที่ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร และมีสติเพียงพอหรือไม่ขณะที่ประสบพบเจอ แต่อย่าลืมว่าคนเราทุกคนต่างมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง ฉะนั้นจงใช้ประโยชน์จากคุณค่าที่มีอยู่ในตัวให้คุ้มค่าก็เพียงพอกับการดำเนินชีวิต….

การสร้างสัมพันธ์ที่ดีมากเท่าไร ก็ยิ่งมีผู้อืนให้ความร่วมมือมากเท่านั้น รวมทั้งความร่วมมือทางธุรกิจ ครอบครัว โดยเรามีเป้าหมายในการแบ่งปันที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนหรือคาดหวังอะไรกลับมา เช่น หากเราทำอะไรให้บุคคลอื่นด้วยความสนุกสนานและความสามามัคคี ช่วยเหลือให้เขาได้มีความเป็นอยู่ที่ดี เราก็ควรที่จะทำให้ แต่ก็ไม่ควรทำเกินกำลังที่ตัวเองทำได้ ท่านก็จะเป็นคนที่ใครๆ ต่างยกย่องนับถือ แต่เราก็รับด้วยความเต็มใจ แม้จะไม่ใช่สิ่งของก็ตาม แต่กระนั้นก็คือสิ่งที่เราให้ด้วยความเต็มใจของเราเอง

เช่นเดียวกับมุมมองของความรักที่มักจะมีคนถามว่า “อะไรคือความใผ่ฝันสูงสุดของมนุษย์ทุกคน ” ทุกคนก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ความรัก” ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ซึ่งโรเบิร์ต คองกวิน ได้กล่าวไว้ว่า “รัก” ในหนังสือ University of Success พอถอดความได้ว่า ……….

ความรักเป็นกำลังสำคัญของหัวใจ คือความหมาย

ความสุขคือหุบเขาและเทือกเขาของการดำรงอยู่

ความรักทำให้ร่างกายสดชื่น สร้างและหล่อเลี้ยงวิญญาณ

ยกย่องจิตใจ คือ เสียงหัวเราะของหัวใจ

มีรุ่งอรุณอยู่ทุกขณะ นอกเหนือจากนั้น ความรักก็คืออารมณ์

นั่นคือสาเหตุที่ความรักมีความสำคัญต่อชีพจรแห่งชิวิต สำหรับมนุษย์แล้วทุกสิ่งที่ทำมักสร้างขึ้นด้วยอารมณ์…….

การที่เราจะอยู่ร่วมกันได้ดีเราต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตา และช่วยเหลือในสิ่งที่เขาเดือดร้อน แต่พยายามอย่าเกินกำลังของตัวเองและควรให้ในสิ่งที่ควร แต่อย่าหวังสิ่งตอบแทน แค่นี้ท่านก็มีความสุขกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป แม้จะไม่มากไม่มายอะไรแต่ก็ดีกว่าเราไม่ได้ให้อะไรแก่เขาเลย

การติดตามผลงาน

ในการทำงานอะไรก็แล้วแต่ เราต้องมีเป้าหมายที่ทำและต้องคอยติดตามผลงานนั้นๆ อย่างการประชุมองค์กรระดับนานาชาติที่มีผู้หลักผู้ใหญ่จากหลายๆ ประเทศมาร่วมประชุม และเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นเราต้องมีการติดตามผลงานและการสร้างความสัมพันธภาพยอดเยี่ยมของการติดตามงาน เพื่อความสำเร็จขององค์กร

ฉะนั้นไม่ว่างานระดับใด ทำอะไร เราต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนเพื่อความสำเร็จที่ดี และคนที่ทำหน้าที่ติดตามผลงานต้องเป็นคนที่มีไหวพริบปฏิภาณที่ดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้แม้ว่าจะเร่งด่วนอย่างไร เช่นเดียวกับการทำงานของคนเรา ปัญหาอยู่ที่ตัวเราหากรู้จักปรับปรุงจัดแบบแผนให้กับตัวเอง หรือตรงต่อเวลาก็เหมือนการติดตามผลงานนั่นแหละ... แต่นี่เป็นการติดตามผลงานของตัวเองเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตขอให้เรามีความความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ แล้วความสำเร็จก็ไม่ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้

สร้างทัศนคติที่ดี

การดำรงชีวิตให้มีความสุข จงนำทัศนคติที่ดีมาใช้ในการดำเนินชีวิต อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเกิดความแตกต่างในชีวิตส่วนตัวและอาชีพการทำงาน ซึ่งความสำเร็จได้มาจากทักษะในชีวิตประจำวัน ผลที่ได้รับก็คือชีวิตมีความสุขและพรั่งพร้อมไปด้วยความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเราเองเป็นผู้กำหนดและทำตามทัศนคติที่เราตั้งไว้ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ทัศนคติด้านความต้องการที่จะดำรงชิวิตให้สมบูรณ์แบบ เราจะค้นพบอำนาจอย่างหนึ่งที่มั่งคั่งในชีวิตและหน้าที่การงาน เช่นเดียวกับบทกวีของเฮนรี่ทีว่า “ ข้าพเจ้าเป็นนายแห่งชะตาชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นกัปตันแห่งวิญญาณของข้าพเจ้า ” เขาบอกให้เรารู้ว่าเราเป็นเจ้านายชะตาชีวิตของเราเองเพราะเราอยู่ด้วยในความควบคุมของทัศนคติของเรานั่นเอง

หลายต่อหลายคน ต่างบอกว่า ทัศนติเป็นได้ทั้งการสร้างสรรค์และทำลาย ซึ่งเราสามารถแปรความคิดเหล่านั้นโดยการมีทัศนคติที่ดี และเราต้องเป็นคนมีความเมตตา หากทำได้เราก็จะประสบความสำเร็จแต่หากเราประเมินค่าทัศนคติทีดีต่ำไป มองในแง่ลบหรือเราไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น ความสำเร็จก็จะไม่มีวันให้เราได้ชื่นชม

นี่คือส่วนหนึ่งของแบบทดสอบเกี่ยวกับทัศนคติของดัวท่านเองและบ่อยครั้ง ที่เราต้องเจอ และหากเป็นอย่างนั้นเรจะยอมรับหรือแก้ไขอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ข้าพเจ้ามีทัศนคติอย่างไรกับตัวเอง

ข้าพเจ้ามีทัศนคติต่อเพื่อนร่วมงานอย่างไร

สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการมากที่สุดคืออะไร

โดยรวมแล้วบุคลิกของข้าพเจ้าเป็นอย่างไร

ข้าพเจ้าสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

ข้าพเจ้ามีความถนัดหรือชอบในเรื่องใดเป็นพิเศษ

ข้าพเจ้าชอบอ่านหนังสือแนวไหนมากที่สุด… เพราะอะไร

ข้าพเจ้าชอบดูหนัง ละครแนวไหนมากที่สุด… เพราะอะไร

ข้าพเจ้าชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด… เพราะอะไร

ข้าพเจ้าเป็นคนชอบทอล์กโชว์… ละครเวทีบ้างหรือเปล่า

ข้าพเจ้าชอบท่องเที่ยวประเภทไหน… และที่เที่ยวที่ชอบเพราะอะไร

ข้าพเจ้าชอบทำงานอะไรมากที่สุด

ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นในรื่องลี้ลับหรือเปล่า

แบบทดสอบนี้คือสิ่งที่ต้องการรู้ว่าตัวตนของเราเป็นเชี่นไร เรามีทัศนคติอย่างไร และหากสิ่งที่เราเจอแล้วไม่มีในแบบทดสอบเราจะมีวิธีแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องเป็นคนรอบคอบ มีความตั้งใจ และที่สำคัญเราจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งรอบข้างแล้วความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินความตั้งใจ

มองโลกในแง่ดี

หากคนเราขาดวามเชื่อมั่นในตัวเองแล้วจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร และหากเราเป็นคนที่เข้มแข็งมองโลกในแง่ดี ความล้มเหลวก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นเราอย่าเป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่น จงอย่าให้เวลาแก่ความคิดในแง่ลบแม้แต่วินาทีเดียว และอย่าละเลยกับสิ่งที่ท่านคิด จงยึดความเชื่อมั่นของตนเองจะตัดสินใจอะไรต้องคิดอย่างรอบคอบและควรมองโลกในแง่ดีมีทัศนคติในแง่บวกอยู่เสมอ แล้วความสำเร็จในหน้าที่การงานก็จะเป็นขวัญและกำลังใจต่อท่านเอง…

ทุกคนสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตคือการมีความสุขกับการทำงานและครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งก็เพียงพอต่อความสำเร็จ แต่การเราจะดำเนินชีวิต เราต้องเป็นผู้ที่กำหนดทิศทาง และความก้าวหน้าของชีวิตก็เช่นกัน อยู่ที่กำลังใจ เพื่อนร่วมงานและมีทัศนคติที่ดีต่อกัน มองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ก็เพิ่มความสำเร็จจากความพยายามจนเติบโตจากความสามารถที่เราได้กระทำมานั่นเองแค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการสร้างความสัมพันธ์ก็คือ ความก้าวหน้าของผลิตผล ประสิทธิผล และความสำเร็จในธุรกิจของแต่ละวัน นี่คือสิ่งที่จะทำให้เราบรรลุผลความฝัน ความตั้งใจในการทำงาน

การสร้างความสัมพันธ์ ควรทำด้วยความจริงใจและจริงจัง ที่ไม่ใช่การการกระทำเพื่อตนเองแต่เพื่อส่วนรวม โดรยเรามีเงื่อนไขของตัวเองให้กับผู้อื่นที่คิดว่าเขาเป็นคนดี เพราะการที่เราให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเป็นสิ่งที่ทุกๆคนมีความเกรงใจ และพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือเราก็เพราะ ความจริงใจที่เรากระทำได้เห็นผลก็ต่อเมื่อเรามีความคิดที่ดีต่อเขา… เขาก็ย่อมเห็นความดี ฉะนั้นความสัมพันธ์ที่ดีก็เกิดขึ้น หากการทำงานคนเดียวเป็นการจำกัดมากเกินไป การสร้างความสัมพันธ์จะนำมาซึ่งความเสมอภาค และความสุขมาสู่ชีวิตของเรา

มุมมองของทุกๆ คน คนที่มีทัศนคติที่ดีต่อกัน

เป็นแบบอย่างของการทำงานร่วมกับบุคคลอื่นได้

และการมองโลกในแง่ดีก็เป็นสิ่งที่เราควรจะมีเพื่อพัฒนา

ให้เราไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

หากขาดสิ่งเหล่านี้การพบพานกับความสุข

และสมหวังในชีวิตคงอีก...นาน

Designer Webdesigner